ชาวสวนยางอ่านเลย!! เผยเคล็ดลับ!!! “เจาะยาง” ให้ได้น้ำยางเพิ่ม โดยไม่ต้องกรีดหน้ายางอีกต่อไป!!

สวัสดีครับทุกๆคน วันนี้ทีมงานเราบังเอิญไปเจอเทคนิคดีๆ สำหรับชาวสวนยาง จึงนำกลับเอามาฝากกันครับ โดยวิธีนี้จะเป็นการช่วยเพิ่มน้ำยาง โดยใช้กระบวนการ เจาะยาง ซึ่งจะมีวิธีการอย่างไรบ้างนั้นเราไปชมกันต่อเลยครับ

1

เกษตรกรหัวก้าวหน้ารายนี้ก็คือ นายโกมล ไหมใจดี เจ้าของสวนลุงสิน สวนยางมากกว่า 100 ไร่ หรือ 10,000 กว่าต้น เป็นยางแก่อายุกว่า 38 ปี และสวนยางเล็กอายุ 6 ปี ประมาณ 70 ไร่ ทั้งหมดติดแก๊สเอทธิลีนเพิ่มผลผลิตน้ำยางทั้งหมด…!!!

Loading...
loading...

2

ขาบอกว่าสนใจติดแก็สเอทธิลีนกับยางแก่ ประกอบไปด้วยพันธุ์ 600 235 และ255 เพราะหน้ายางปกติไม่มีพื้นที่กรีดแล้ว จึงต้องเปิดกรีดหน้าสูง แต่กรีดแบบยางหน้าสั้น บริเวณกรีดก็สูงกว่า 5 เมตร โดยใช้บันไดยางปีนขึ้นไปกรีด แล้วใช้เชือกโยงให้น้ำยางไหลตามเชือกมาลงถ้วยด้านโคนต้น ซึ่งเป็นเทคนิคที่ชาวสวนยางมาเลเซียเคยใช้

3

แต่ตอนหลังเขาหันมาให้ความสนใจกับการเจาะยาง แทนการกรีด แต่ก็ไม่ได้ใช้กับต้นยางแก่ เพราะสามารถจะขึ้นไปเจาะได้ ทำงานลำบาก เพราะการเจาะยางถ้วยต้องอยู่ติดกับหลอด

แต่การเจาะยางเขาทดลองใช้กับสวนยางเล็กอายุ 6 ปี ที่เปิดกรีดได้ไม่กี่เดือน เขาบอกว่าการเจาะควรใช้กับหน้ายางที่ยังไม่เคยกรีด และยางเล็กที่ยังมีหน้ายางดีๆ ก็เหมาะที่สุด อีกทั้งการเจาะต้นยาง ไม่จำเป็นต้องหาคนเก่งมีฝีมือ เด็ก 8 ขวบก็สามารถทำได้ เพราะในสวนลูกชายคนสวนก็ช่วยเจาะยางอยู่ เพราะแค่แทงเข้าเปลือก 45 องศา เอาหลอดเสียบเข้าแผลเจาะน้ำยางก็ไหลออกมาแล้ว

ข้อดีของการเจาะจากการทดลองมา 3 ปี คือ หน้ายางไม่เสีย ไม่มีแผล ที่สำคัญการเจาะทำเวลากลางวัน เหมือนเราเจาะแล้วใส่หลอดเข้าไปเลย ทำง่ายและรวดเร็ว

4

ไม่เพียงเท่านั้นในฤดูฝนก็เจาะได้เพราะหน้ายางไม่เปียก เพราะเราเอาน้ำยางอย่างเดียว แต่สำคัญว่าถ้วยรองน้ำยางต้องใหญ่ ประมาณ 3 ลิตร เพื่อว่าเวลาฝนตกน้ำยางก็ยังอยู่ไปไหลออกนอกถ้วย

เทคนิคล่าสุดในการเจ้ายางติดแก๊สคือ เขาสามารถเจาะยางเพื่อเอาน้ำยางได้แม้ในหน้าแล้ง โดยใช้วิธีการให้น้ำ ซึ่งเป็นการทดลองวิธีใหม่ในหน้าแล้งนี้ เขาเล่าวิธีการว่า ขุดเป็นร่องให้น้ำไหลไปตามร่องกลางแถวยาง ขุดให้กว้างประมาณ 25 ซ.ม. เพียงแค่ปล่อยน้ำเข้าร่องสวน เพื่อให้ใบยางแก่เร็ว น้ำยางก็จะออกตามปกติ และออกดีกว่าหน้าฝนซะอีก เดือนมีนาคมก็เริ่มเปิดกรีดแล้ว เขาบอกว่า ถ้าสวนยางเป็นพื้นที่เสมอ ติดคลอง ก็สามารถลงทุนให้น้ำได้ ต้นทุนการให้น้ำประมาณ 2,000 กว่าบาท/ไร่เท่านั้น

ผลก็คือหน้าแล้งน้ำยางกลับเยอะกว่าหน้ากรีดปกติด้วยซ้ำไป เพราะเวลาใส่ปุ๋ยก็ใส่ไปกับน้ำเลย ยิ่งหน้าร้อนแดดจะดีต้นยางสังเคราะห์แสงดีมาก

เขาบอกว่าการเจาะยางและติดแก๊สสามารถใช้ได้ทุกพื้นที่ที่มีสวนยาง สำคัญว่าถ้าหน้าแล้งอย่างนี้ถ้ากรีดไปก็ไม่มีน้ำยางเพราะมันแล้ง ก็ไม่น่าจะทำ แต่ถ้าไม่มีน้ำก็ไปทำฤดูเปิดกรีดปกติ จะทำได้ก็ต่อเมื่อมีแหล่งน้ำ และมีการให้น้ำ “ถ้ามีน้ำก็เริ่มเจาะได้ตั้งแต่ใบเป็นเพสลาด แล้วให้น้ำ น้ำจะเข้าไปเลี้ยงต้นให้สมบูรณ์”

5

ให้น้ำสวนยางหน้าแล้ง สามารถเจาะยางได้ปกติ เจ้าของสวนลุงสินบอกว่าได้น้ำยางเยอะกว่าหน้ากรีดปกติเสียอีก เพราะน้ำดี แดดดี มีระบบการเพิ่มผลผลิต และการเจาะที่ดีหน้ายางไม่เสีย

แต่อย่างไรก็ตามเขายอมรับว่า ต้นยางแก่อัดแก๊สและกรีดหน้าสั้น จะได้น้ำยางดีกว่าการเจาะยางติดแก๊สกับยางเล็ก เพราะอยู่ที่ความสมบูรณ์ของต้นยางต่างกัน ต้นยางแก่จะได้น้ำยางประมาณ 2 ลิตร/ต้น แต่ถ้าต้นเล็กเฉลี่ยจะได้ 300 ซีซี. แต่ถ้ายางเล็กต้นที่สมบูรณ์ใหญ่และใหญ่อาจจะได้ถึง 1 ลิตร แต่ก็จะเยอะกว่าต้นที่กรีดแบบธรรมดาไม่ติดแก๊สหลายเท่าตัว

เกษตรกรหัวก้าวหน้ารายนี้การันตีจากประสบการณ์ว่า ยางเล็กที่อัดแก๊สไม่มีผลต่อต้นยาง เพราะแก๊สเอทธิลีนเป็นประโยชน์ต่อต้นยาง และการเจาะยางแบบติดแก็ส การเจาะจะมีการสลับเวียนจนรอบต้นไม่ได้ติดอยู่กับที่ แต่การตัดต้องซ้ำอยู่บริเวณที่เดิม ต้นยางก็ไม่มีแผลไม่การหน้ายางเสีย ต้นยางได้เติบโตตลอด

6

ขนาดที่บริษัทยักษ์ใหญ่ของประเทศยังต้องส่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงเข้ามาดู งานในสวนยางแห่งนี้ เพื่อนำไปทดลองใช้กับสวนยางภาคเหนือและอีสาน

อุปกรณ์การเจาะยางแบบติดแก็สเอทธิลีนประกอบด้วย ชุดอุปกรณ์อัดแก๊สเอทธิลีน ต้นทุนประมาณ 55 บาท/ต้น ถ้วยรองน้ำยางขนาด 3 ลิตร เครื่องมือเจาะต้นยางเป็นเหล็กแหลมที่ทำมาจากเหล็กกล้า ราครา 150 บาท แต่ก็สามารถดัดแปลงทำได้เองโดนใช้ตะปู 2 นิ้วผอมมาทำ และหลอดลักษณะเหมือนหลอดนม แต่มีลักษณะพิเศษตรงที่แข็งและหนากว่า ขนาดต้องเล็กกว่าเหล็กเจาะเล็กน้อย ราคากิโลกรัมละ 500 บาท (4,000 อัน) เวลาแทงเข้าไปมันจะพอดี น้ำยางไปไหลออกด้านข้างลงถ้วยยาง

ส่วนอุปกรณ์และแก๊สเอทธิลีน เขาบอกว่าใช้ของญี่ห้อไหนก็ได้ แต่ต้องเป็นอุปกรณ์แบบ “ตัวตอก” เพราะการติดตั้งง่ายกว่า “แต่ไม่มีใครทำเรื่องยางเจาะ เพราะแม้จะดูเหมือนทำง่าย แต่ก็มีเทคนิคอยู่เหมือนกัน แต่มันก็ไม่ยาก เพราะตำแหน่งที่เราเจาะอยู่ห่างจากตัวตอก 1-2 นิ้ว แต่เวลาทำมันจะสอนคนเจาะเอง เราจะทดลองและรู้ว่าอยู่ตรงไหนน้ำยางจะออกดี ทุกอย่างจะสอนเราเอง แต่ก็ง่ายกว่าดารตัดยางเยอะ”

7

แต่อย่างไรก็ดี กลับไม่มีเกษตรกรรายใดในพื้นที่ใกล้เคียง หรืออาจะรวมถึงภาคใต้ ไม่มีใครใช้วิธีการเจาะยางติดแก๊ส ขนาดญาติพี่น้องและสวนติดๆ กันกับสวนลุงสินเองก็ไม่มีใครกล้าทำตามเขา เพราะกลัวยางตาย และขายไม้ยางไม่ได้

“แต่ผมขายไม้ยางที่ใช้แก๊สไปแล้วแปลงหนึ่ง ประมาณ 400 ต้น ยางอายุ 35 ปี ขายได้ต้นละ 2,300 บาท หรือ 900,000 บาท และขายเป็นกิโล เพราะรู้ว่าที่ขายกิโลละกี่บาท ไม่มีปัญหาเรื่องโรงงานไม้ยางไม่ซื้อหรือ กดราคาเลย”

8

ด้วยระบบการเจาะยางที่ไม่เกิดแผล ต้นยางไม่ได้ระการกระทบกระเทือน ถ้ามีใช้แก็สเอทธิลีนอย่างถูกต้อง และการบริหารจัดการควบคู่ที่ดี ต้นยางไม่ต้องโค่นกันยังลูกยันหลานเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม ศูนย์วิจัยยางหนองคาย เคยออกข่าวเตือนเกษตรกร ที่จะดำเนินการ เจาะยางร่วมกับการใช้แก๊สเอทธิลีน โดย นายสุรเดช ปัจฉิมกุล ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยยางหนองคาย ได้กล่าวว่าในช่วงที่ยางพารามีราคาสูงขึ้น มีเจ้าของสวนยางหลายรายในจังหวัดหนองคาย อุดรธานี นครพนม และสกลนคร ให้ความสนใจคิดจะเปลี่ยนจากการกรีดยางแบบเดิม มาใช้วิธีการเจาะยางร่วมกับการใช้แก๊สเอทธิลีน และได้สอบถามมายังศูนย์วิจัยยางหนองคายถึงเรื่อง “ผลกระทบของการเจาะยางร่วมกับการใช้แก๊สเอทธิลีนต่อต้นยาง”

เนื่องจากมีพ่อค้านำชุดเจาะยางร่วมกับการใช้แก๊สเอทธิลีนมาแนะนำและขายให้ เจ้าของสวนยาง โดยพ่อค้าดังกล่าวบอกแต่เพียงข้อดี แต่ไม่บอกถึงข้อเสียหรือข้อจำกัดของการใช้ชุดเจาะยางร่วมกับการใช้แก๊สเอทธิ ลีน ศูนย์วิจัยยางหนองคาย จึงนำคำแนะนำของสถาบันวิจัยยาง มาเป็นข้อชี้แจงให้กับเจ้าของสวนยาง เพื่อให้เจ้าของสวนยางได้เข้าใจถึงข้อดีและข้อจำกัด และสามารถนำไปใช้ประกอบการพิจารณาก่อนจะตัดสินใจวิธีการเจาะยางร่วมกับการ ใช้แก๊สเอทธิลีนแทนการกรีดยางแบบเดิม ดังนี้

1. โดยทั่วไปการเจาะยางร่วมกับการใช้แก๊สเอทธิลีน สถาบันวิจัยยางแนะนำสำหรับยางแก่ อายุไม่ต่ำกว่า 20 ปี หรือ ต้นยางก่อนโค่น 3-5 ปี หรือ ยางที่หน้ากรีดเสียหายมากไม่สามารถกรีดต่อไปได้แล้ว
2. ต้นยางต้องสมบูรณ์ มีขนาดลำต้นโต ทรงพุ่มและใบสมบูรณ์ดี ไม่แคระแกรน
3. การเจาะยางใช้ได้ในพื้นที่ที่มีฝนตกชุก การใช้แก๊สจะได้ผลดีเมื่อความชื้นในดินสูง
4. ต้องมีการใส่ปุ๋ยในปริมาณที่เพียงพอ และเหมาะสมต่อความต้องการของต้นยาง
5. หากเจาะลึกถึงเนื้อไม้ จะทำให้บริเวณที่ถูกเจาะเป็นแผลและมีสีคล้ำ หรือเกิดอาการปลือกบวม ทำให้เกิดสีคล้ำบนเนื้อไม้บริเวณที่เจาะได้
6. ต้นทุนการใช้แก๊สค่อนข้างสูง
7. การใช้แก๊สต้องมีการเปลี่ยนถุงพลาสติกที่ใช้ใส่น้ำยางจำนวนมาก ซึ่งถุงพลาสติกเฉพาะ เหล่านี้จะก่อให้เกิดขยะที่ไม่ย่อยสลาย ซึ่งจะส่งผลทำให้เกิดมลภาวะต่อสภาพแวดล้อมในระยะยาวได้

สำหรับสวนยางในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ถึงแม้จะมีฝนตกชุกและความชื้นสูงในฤดูฝนแต่ในช่วงฤดูหนาวและฤดูแล้งกลับมี ความชื้นในอากาศ และในดินต่ำและเป็นเวลานานกว่า ดังนั้น การเจาะยางในช่วงฤดูแล้งหรือฤดูหนาวจึงอาจมีผลต่อต้นยาง ทำให้ต้นยางทรุดโทรมเร็ว อย่างไรก็ตาม วิธีการเจาะยางร่วมกับการใช้แก๊สเอทธิลีนในยางเปิดกรีดใหม่ สถาบันวิจัยยางยังไม่แนะนำให้ใช้ จำเป็นต้องศึกษาผลกระทบในระยะยาวต่อไปก่อน

 

ขอขอบคุณที่มาจาก : dev.thaiinfonet.com

Comments

comments

loading...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *